วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ร่างกายของเรายังปกติอยู่หรือเปล่า ?

           สวัสดีนะคะคุณผู้อ่าน วันนี้ เดี๊ยวมีบทความดีๆที่อยากมาแชร์แก่ท่านผู้อ่านกัน เอ๋! เคยสังเกตกันไหมเอ่ยว่าร่างกายของเรานิยังปกติอยู่หรือเปล่าหรือตัวเราใช้งานเค้าหนักเกินไป ร่างกายของเราเองได้แสดงอาการผิดปกติหรือไม่กันนะ เคยสังเกตกันไหมเอ่ย  มาสำรวจกันสิว่าร่างการของคุณมาตรฐานหรือเปล่า?


เส้นผม
ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปคุณสาวๆ จะมีเส้นผมหลุดร่วงหนึ่งร้อยเส้นต่อวัน นี่คืออาการปกติไม่ต้องตกใจ ยิ่งตอนอาบน้ำจะเห็นได้ว่ามีกลุ่มผมหลุดร่วงจำนวนมากตรงท่อระบายน้ำ การลดน้ำหนักแบบหักโหม การทำงานผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ผลข้างเคียงจากยาและการตั้งครรภ์ ล้วนเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงจำนวนมากได้ทั้งนั้น


ขนาดของบรา
โดยเฉลี่ยสาวไทยส่วนใหญ่ (ที่ยังไม่ได้แต่งงานและมีบุตร) สวมบรา คัพ 32 A ถึง 32 B แต่ในช่วงระยะไม่กี่ปีมานี้ ขนาดบราของสาวส่วนมากขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งถึงสองคัพ ไม่ใช่เพราะอัตราความอ้วนเพิ่มขึ้น แต่สาเหตุมาจากการศัลยกรรมเพิ่มขนาดทรวงอกเป็นที่นิยม
ดวงตา
สองในสามของหญิงสาววัยผู้ใหญ่สวมแว่นสายตา ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน คำแนะนำที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาคือ พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ 30 วินาที ทุกๆ 15 นาที
ฟัน
หนึ่งในสี่ของผู้หญิงวัย 35 ถึง 44 ปี ละเลยการดูแลสุขภาพฟันและมีฟันผุ เพราะไม่มีอาการปวดจึงคิดว่าสุขภาพฟันยังดีอยู่ การพบทันตแพทย์เป็นประจำจะทำให้คุณรักษาสุขอนามัยปากและฟันได้ดี ก่อนจะเกิดอาการปวดและฟันโยก
อาการปวดศีรษะ
อาการปวดศีรษะหนึ่งถึงสองครั้งในแต่ละเดือนยังนับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการบ่อยกว่านั้นควรพบแพทย์ หลีกเลี่ยงการซื้อยาระงับอาการปวดจากร้านขายยามารับประทานเองเป็นประจำ เพราะอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวบ่อยยิ่งขึ้น
สะโพก
ค่าเฉลี่ยทั่วไปของสะโพกสาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35-36 นิ้ว เมื่ออายุมากขึ้นขนาดของสะโพกก็จะใหญ่ขึ้นอย่างน้อยหนึ่งถึงสองนิ้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่รู้ไหมว่าการมีต้นขาหรือสะโพกใหญ่นั้นมีภาวะการณ์เสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ลงพุงอีก
เอว
ปัจจุบันค่าเฉลี่ยรอบเอวของสาววัยรุ่นไทยอยู่ที่ 26-27 นิ้ว รอบเอวที่ขยายใหญ่ขึ้นมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หนึ่งวิธีที่จะรักษารอบเอวให้เพรียวบางและดีต่อสุขภาพนั่นคือ การออกกำลังกาย
หัวใจ
ค่าเฉลี่ยปกติอัตราการเต้นของหัวใจของสาวๆ อยู่ที่ 60 ถึง 80 ครั้งต่อนาที ลองหาชีพจรของตนเองด้วยการใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะไปบนข้อมือเพื่อจับจังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มที่ 6 วินาทีได้อัตราเท่าไรคูณเข้าไป 10 เท่า จะได้อัตราการเต้นของหัวใจคุณ การเดินเร็วห้าวันต่อสัปดาห์เป็นการออกกำลังที่จะช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติสมบูรณ์ดียิ่งขึ้น
พฤติกรรมการออกกำลังกาย
ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปสาวๆมักใช้การออกกำลังประมาณ 6,623 สเต็ปต่อวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าในวันหนึ่งควรจะได้ถึง 10,000 สเต็ป ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับ 4-5 ไมล์ซึ่งจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 300 แคลอรีทีเดียว อย่างไรก็ตามระหว่างออกกำลังกายคุณต้องรักษาระดับความดัน
โลหิตให้สม่ำเสมอ อย่าหักโหมเกินกำลัง ใช้การจับเวลาช่วยก็ได้
ส่วนสูงและน้ำหนัก
ปัจจุบันค่าเฉลี่ยส่วนสูงโดยทั่วไปของสาวไทยอยู่ที่ 163 เซนติเมตร และน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 52 กิโลกรัมโดยมีแนวโน้มว่าจะสูงเพิ่มขึ้นกว่าคนรุ่นก่อนอีกประมาณ 4 เซนติเมตรแต่น้ำหนักเฉลี่ยลดลงถึง 3-4 กิโลกรัม เป็นผลพวงจากการลดน้ำหนักแบบผิดวิธีและมีกิจกรรมการบริหารร่างกายน้อยกว่าที่ควร
การเข้าห้องน้ำ
ในหนึ่งวันผู้หญิงเรามักจะเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเฉลี่ยราวๆ เจ็ดครั้ง สังเกตดูสิว่าปัสสาวะของคุณสีเหลืองจางๆ หรือใส หากมีสีขุ่นเข้มควรจะดื่มน้ำให้มากกว่าเดิม ถ้าคุณปัสสาวะบ่อยครั้งกว่านั้นและมีอาการแสบร่วมด้วย คุณอาจกำลังมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพื่อรักษาระบบการทำงานกระเพาะปัสสาวะและมดลูกให้มีสุขภาพดี ควรดื่มน้ำก่อนการมีเซ็กซ์และปัสสาวะหลังจากเสร็จกิจนั้น
เซ็กซ์
คุณคิดถึงเซ็กซ์ทุกวันหรือเปล่า รู้ไหมว่าผู้หญิง 75 เปอร์เซ็นต์คิดกันนะ เมื่อไรที่คุณคิดว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องสกปรกหรือหมกมุ่นกับมันตลอดเวลานั่นแสดงว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณแล้วล่ะ
วันเศร้าๆ
ผู้หญิงเรามักมีอาการเศร้าซึม เหงาหงอยประมาณสี่วันในหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการผันแปรของฮอร์โมน ค้นหาวิธีแก้ไขหากคุณมีอาการซึมเศร้าติดต่อกันสองสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ลองออกกำลังกายในแบบที่คุณชอบหรือใช้เวลากับเพื่อนคนที่จะไม่ทำให้อารมณ์ของคุณขุ่นมัวอาจช่วยให้ดีขึ้น
เซลลูไลท์
80 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงมีไขมันส่วนเกินและรอยบุ๋มจากผิวเปลือกส้มบนเรือนร่าง
ระยะไข่ตก
มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงเท่านั้นแหละ ที่มีระยะไข่ตกของรอบประจำเดือนใน 28 วัน ผู้เชี่ยวชาญแนะว่าที่จริงแล้ววงจรของการตกไข่ในระบบสืบพันธ์สามารถคลาดเคลื่อนได้ภายในระยะ 21 ถึง 35 วัน (นับจากวันแรกของการมีรอบเดือนจนถึงวันถัดไปหนึ่งวันจากวันสุดท้ายของรอบเดือน) หากคุณต้องการมีบุตรแต่ไม่มั่นใจเรื่องระยะไข่ตกของคุณว่าสั้นหรือนานเกินไปลองปรึกษาสูตินารีแพทย์


อะแฮมๆ รู้เเล้วใช่ไหมว่าร่างกายของเรานี้ เราดูแลเค้าดีพอหรือยัง และทุกวันนี้ร่างกายเราปกติหรือไม่ เราสามารถรู้และสังเกตได้ง่ายๆ อย่าปล่อยให้ร่างกายทนไม่ไหว จนต้องไม่สบายหรือเป็นโรคซะก่อนถึงจะคิดดูแล ดูแลเค้าต้องแต่ตอนนี้เถอะคะ เดี๊ยนเตือนด้วยความหวังดีนะฮะ ไปหละนะจ๊ะ ผู้อ่านที่น่ารักของเดี๊ยนไว้โอกาสหน้าเดี๊ยนจะนำสิ่งดีๆมานำเสนอนะจ๊ะ

อ้างอิง http://www.trueplookpanya.com

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กินอย่างไรใสำหรับ"คนนอนดึก"

สวัสดีคะ ท่านผู้อ่านทุกคน วันนี้เจ๊มีสาระน่ารู้ดีๆ มาเล่าสู้กันฟัง เดี๊ยนเชื่อว่าหลายๆคนคงนอนดึก กันใช่มั้ยเอ่ย อาจจะเกิดจากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น นักท่องราตรี  ผู้ที่ชอบทำงานหรืออ่านหนังสือดึกๆ ตลอดจนติดละคร ติดรายการโทรทัศน์ จนทำให้ต้องนอนดึกอยู่เป็นประจำนั้น รู้หรือไม่ว่า? มีโทษต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะการนอนดึก จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายมีปัญหา เสมือนเครื่องจักรที่ทำงาน Overload จนทำให้เครื่องรวน แต่ถ้าหากเลี่ยงหลีกกันไม่ได้จริง ก็หันมากินอาหารสำหรับคนนอนดึก ซึ่งเดี๊ยนก็มีวิธีการกินที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องนอนดึกเป็นประจำ แต่ทางที่ดีไม่ควรนอนดึกกันทุกวันจะดีกว่า สงสารร่างกายตัวเองบ้างนะจ๊ะ ซึ่งอาหารที่ควรทานสำหรับคนนอนดึกมีดังนี้




  


1) เนื้อสีขาว หาเนื้อปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้ ทานบ้างนะคะ  เพราะสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนนอนดึก  ได้แก่โดพามีน,เอพิเนฟริน 

2) กาบ้า (GABA)  เป็นสารช่วยสื่อประสาทสมองทำให้ความจำดีคิดอ่านได้ว่องไว  มีมากในข้าวกล้องงอก,มอลต์,ข้าวบาเลย์,ถั่วแดง,ถั่วดำ,ลูกเดือยและธัญพืชอื่น ๆ

3) โคลีน (Choline)  มีมากในถั่วเหลือง,ไข่แดง  เป็นเคมีที่ช่วยสร้างความปรองดองเชื่อมโยงถึงกันในสมอง  ป้องกันความจำเสื่อม  ช่วยให้สมาธิและความจำไม่สะดุดลงด้วยอาการอดนอนนะจ๊ะ

4) ช็อกโกแลตดำ(Dark Chocolate)  ท่านที่อยากหาเครื่องดื่มชูกำลังเสริมขอให้เลือกเป็น “โกโก้ร้อน” แทนเพราะมี “ฟลาโวนอยด์” ช่วยให้เลือดไหลลื่นในสมองป้องกันเส้นเลือดอุดตัน

5) โอเมก้า(Omega fatty acid)  เลือกหาจากเนื้อปลาแต่ว่าลดการบริโภคน้ำมันพืชให้น้อยลงครับ  ให้รับประทานปลาทูวันละ 2 ตัวหรือทูน่ากระป๋องก็ยังได้จ๊ะ

6) ไบโอติน(Biotin)  กินได้จาก “ไข่แดง” อย่างน้อยวันละ 1 ฟองปลอดภัยทานได้จ๊ะ  ไบโอตินช่วยบำรุงสมองและเส้นผมได้ดี  เหมาะกับคนที่อยู่ดึกและใช้สมองมาก

7) ใบบัวบก(Centella asiatica) เป็นคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติและยังมีสารช่วยลดการอักเสบของร่างกายจากภาวะนอนดึก  หาบัวบกรับประทานสดหรือเอามาปั่นเป็นน้ำคั้นสีเขียวดื่มบ่อยๆ  ช่วยให้สดชื่นตื่นตัวดีนะ 

8) ใบแปะก๊วย(Ginkgo biloba)  ย้ำว่าเป็นส่วนของ “ใบ” นะครับไม่ใช่เม็ดแปะก๊วยที่เอามาใส่นมสดซดเล่น  ในใบของแปะก๊วยมีสารสำคัญที่ช่วยป้องกันสมอง  สามารถหาทานได้ในรูปแบบอาหารเสริม


9) วิตามินบี(B Vitamin)  ของดีที่ช่วยเส้นประสาททั้งร่างกายอีกทั้งสมองให้ตื่นตัวได้แม้ในยามอดนอน  วิตามินบีมีดีแทบทุกตัวครับทั้ง บี1,บี2,บี6,บี12 และอีกหลายๆบี  มีผลกระตุ้นสมองป้องกันอาการง่วงมึนซึม

10) ดื่มน้ำให้มาก(Hydration)  สุดท้ายนี้ง่ายๆที่สุดแต่มักถูกมองข้ามคือการ “ดื่มน้ำสะอาด” ครับ  น้ำเปล่าธรรมดานี่เองครับที่ดีต่อสมองเป็นที่สุดเพราะก้อนสมองต้องอาศัยน้ำในการบำรุงเช่นเดียวกับร่างกายที่นอนดึก  ท่านที่รักลองสังเกตว่านอนดึกแล้วปากแห้งเพราะร่างกายคนนอนดึกไม่ได้พักจึงมีการสูญเสียน้ำไปจนปากคอเป็นผง


แหม่ ๆ ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว รีบหาทานกันนะจ๊ะ ร่างกายจะได้ไม่ต้องรับบทหนักกันทุกวัน เชื่อเดี๊ยวเถอะคะ เพราะร่างกายของเราจะขอให้ใครมาดูแลร่างกายเราได้ ถ้าไม่เริ่มจากที่ตัวของเราเองนะจ๊ะ ไปหละครั้งหน้าเจ๊จะเอาบทความดีมานำเสนอกัน เพื่อคนรักสุขภาพนะจ๊ะ บาย จุ๊บๆ

อ้างอิง :www.teenee.com

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำไมเราต้องดูแลสุขภาพกันด้วยนะ (เอ๋อนั่นสิ) ทำไม ?


หลายๆ คนอาจจะตั้งคำถามแบบนี้บ่อยๆใช่มั้ยเอ่ย? แต่เชื่อได้เลยว่าคนที่ถามแบบนี้คงจะไม่เคยเจ็บป่วย  หรืออาจจะเพราะยังเป็นเด็กอยู่  แต่สำหรับคนที่เคยผ่านอาการเจ็บป่วยของโรคบางอย่างมาแล้ว  จะรู้ได้เลยว่า  การเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยโรคอะไรก็ตาม  มันก็ทรมานด้วยกันทั้งนั้นแหละ
          คนส่วนใหญ่มักจะใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ โดยไม่ดูแลรักษา  ต้องปล่อยให้ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย  เป็นอัมพาต  เป็นอัมพฤกษ์  เสียก่อนถึงจะรู้สึกตัว (แต่บางคนก็ไม่รู้สึกตัว  โทษว่าเป็นกรรมที่ทำมาแต่ชาติปางก่อน)  โธ่เอ๊ย  เดี๊ยนจะบอกเลยนะคะว่า  ไม่จริงหรอก  ก็เพราะคุณกินตามใจปากน่ะสิ  ไม่เคยออกกำลังกายเลย  ทำงานหนัก  เครียดสูบเข้าไปสิบุหรี่น่ะ  แล้วพอเจ็บมาก็วิ่งเข้าไปให้หมอรักษาอย่างเดียว (อ้าว  ก็เรารักษาเองไม่ได้นิ)
                จริง ๆ แล้วเรารักษาตัวเองได้นะ  (งงหละสิ)  รักษาตัวเองไม่ให้เป็นโรคไง  เชื่อเดี๊ยนเถอะคะ  เราทำได้  โรคทุกโรคมันเกิดจากพฤติกรรมของเราเองทั้งนั้นแหละ  ยกเว้นแต่จะเป็นมาจากกรรมพันธุ์แค่นั้นเองที่เราเลี่ยงไม่ได้   ให้เลือกเอาว่าเราจะดูแลตัวเองก่อนที่จะเป็นโรค (รุมเร้า)  หรือจะปล่อยให้เป็นโรคก่อนแล้วค่อยให้คนอื่นดูแล  เพราะถึงตอนนั้นแล้ว คงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว
                บางคนคงอยากจะเถียงเดี๊ยนล่ะสิ  เชอะ  เกิดมามีชีวิตเดียว  คนเรามันต้องมีแก่  มีเจ็บ  มีตายด้วยกันทั้งนั้นแหละ    หรือว่าคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีที่สุดจะไม่มีวันตาย  ถ้ามีคนมาถียงแบบนี้ ดิฉันก็ยอมรับอ่ะนะ  ยอมจำนนจริง ๆ   เพราะว่าวันนึงเดี๊ยนเองก็คงต้องตายเหมือนคนอื่น ๆ นั่นแหละ  แต่เราจะตายยังไงดีล่ะ  นั่นคือคำถาม  เราจะตายอย่างสงบ  หรือตายแบบมีโรครุมเร้า  เลือกเอาเอง
                ร่างกายเราก็มีร่างกายเดียว  ดูแลมันให้ดี ๆ หน่อย  อุตส่าห์ฟาดฟันกับสเปิร์มตัวอื่น ๆ อีกนับล้านจนได้เกิดเป็นคน  เราก็ต้องเป็นคนให้สมบูรณ์แบบ  เป็นคนที่มีคุณภาพ  มีสุขภาพที่แข็งแรง  เมื่อร่างกายเราแข็งแรงแล้ว  จิตใจเราก็จะมีความสุขไปด้วย  ทำได้ไหมเอ๋ย  ใครที่ได้เข้ามาอ่านบล็อกของเดี๊ยน  ต้องสัญญากับเดี๊ยนก่อนนะว่าจะมารักษาร่างกาย  และดูแลสุขภาพด้วยกัน  มีอะไรก็ถามมาได้นะจ๊ะ เจ๊ไม่กัดแน่นอน ชิชิ  ถ้าตอบได้ก็จะตอบ  ตอบไม่ได้ก็จะไม่ตอบ  แล้วพบกันในโอกาสต่อไปนะจ๊ะ
              อ้อ ส่งท้ายหน่อยนะจ๊ตัวเอง นี้แหละคือเหตุผลที่เดี๊ยนสนใจสุขภาพเป็นพิเศษ ก็อยากสวยพร้อมมีสุขภาพที่ดี ส่งออกถึงใบหน้าที่เปรียบเหมือนหน้าต่างของหัวใจ (ไม่ใช่หละ แหม่!!)  รวมถึงอยากจะแชร์ประสบการ์ณที่ได้อ่านแก่ทุกคนไงหละคะ  ให้ผู้อ่านได้นำไปปฏิบัติเดี๊ยนไม่หวงและยินดีคะ! ที่ทุกคนจะได้มีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ซึ่งบล็อกนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพอยากเดียวน้า เดี๋ยวจะหาว่าคนสวยไม่รอบรู้ บล็อกนี้ยังมีเรื่องสารพันความรู้ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพอนามัย  เทคโนโลยี ความรู้ด้านต่างๆแต่รับประกันคะว่าเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่มาแวะชมบล็อกนี้แน่นอนเดี๊ยนรับประกันค่า  ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ จุ๊บๆ ไปหละเดี๊ยนมีนัดกับหนุ่มๆ เอ๊ะไม่ใช่หละ 555 ไปดูแลสุขภาพต่อก่อนน้า ติดตามว่าเพจหน้าเดี๊ยนจะนำเสนอกัน นะฮะ บ๊ะบาย ^^''